แผนที่จังหวัดภูเก็ต
 
ข้อมูลที่พักในภูเก็ต
ชื่อที่พัก ที่ตั้ง โทรศัพท์(076) ราคา(บาท)
อ.เมืองภูเก็ต      
- คริสตัลเกสต์เฮาส์ 41/16 ถ.มนตรี 22-6245 250-400
- ถาวรแกรนด์พลาซ่า 40/15 ถ.ชนะเจริญ 22-2240-70 2,500-15,000
- ธนาภรณ์เกสต์เฮาส์ 41/7 ถ.มนตรี 21-6504, 21-6819 300-450
- ภูเก็ตคริสตัลอินน์ 2/1-10 ซ.สุรินทร์ ถ.มนตรี 23-0071-2 500-700
- มนตรี 12/6 ถ.มนตรี 21-6294, 21-2936 210-490
- ออน ออน 19 ถ.พังงา 22-5740-1 120-360
 
หาดในยาง      
- คราวน์ในยางรีสอร์ท 117 หาดในยาง 32-7420-9 2,500-8,000
- เพิร์ลวิลเลจ หาดในยาง 32-7006, 32-7015 1,765-5,767
 
หาดกะรน      
- กะรนเกสต์เฮาส์ 29/2 ถ.ปฏัก 39-6860 400-520
- คริสตัลบีชโฮเต็ล 36/10 ถ.ปฏัก 39-6580-5 700-900
- เมลอนกะรน 33/39 ถ.ปฏัก 39-6213-6 500-1,250
 
หาดกะตะ      
- กะตะทรอปิคานา 121/4 ถ.ปฏัก 33-0141-2 500-1,500
- ป๊อปคอตเทจ 2/12 ม.2 ถ.ปฏัก 28-4083, 28-4146-7 300-1,000
- ฟลามิงโก 5/19 ถ.ปฏัก 33-0776 350-1,200
- สไมล์อินน์ 116/10-12 ถ.ปฏัก 33-0926-8 500-1,000
 
หาดมิตรภาพ      
- วิจิตรบังกะโล 16/1 ถ.วิเศษ 38-1342-5 600-1,700
       

โดย คุณน้ำค้างกลางดอย
อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร
การเดินทางครั้งนี้คงไม่ได้เดินทางเพื่อหนีอะไรบางอย่างหรอกนะ แต่บางครั้งคงต้องยอมรับความจริงที่ว่า การเดินทางบางครั้ง เป็นการเรียนรู้หรือค้นหาอะไรบางอย่างสำหรับตัวเราเอง เราต้องยอมรับที่จะเผชิญมัน เพื่อจะนำมาเป็นบทเรียนให้กับชีวิตที่จะเกิดขึ้น
ครั้งนี้ความฝันก็มาสะดุดที่เกาะที่ใหญ่ที่สุดบนแผนที่ประเทศไทย นั่นก็คือภูเก็ต การเดินทางไปภูเก็ตนั้นสามารถเดินทางไปได้หลายทาง ทั้งทางรถยนต์, รถทัวร์ประจำทาง, เครื่องบิน, รถไฟ ครั้งนี้เราเลือกที่จะเดินทาง โดยรถทัวร์ชั้น1 มี 24 ที่นั่ง ราคา 755 บาท ใช้เวลาเดินทาง 12 ชั่วโมง เราเดินทางออกจากสายใต้ ประมาณ 18.30 ของวันศุกร์ และมีการแวะพัก รับประทานอาหารมื้อดึกกันที่ชุมพร จากนั้นก็หลับกันต่อ ตื่นอีกทีก็ถึงภูเก็ตแล้วตอนเช้าหกโมงของวันเสาร์พอดี ขณะกำลังสะลึมสะลืออยู่นั้น ก็เหลือบ ไปเห็น อนุสาวรีย์ของสองวีรสตรีท้าวเทพกษัตรี และท้าวศรีสุนทร ทำให้เราต้องนึกว่า ถ้าไม่ได้ทั้งสองท่าน ถลางหรือภูเก็ตนี้ คงตกเป็นเมืองขึ้นของ ต่างชาติไปแล้ว ขณะที่เกิดวิกฤตกับถลาง เจ้าเมืองเพิ่งถึงแก่อนิจกรรม คุณหญิงจันซึ่งเป็นภรรยา ได้บัญชาการรบพร้อมกับน้องสาวคุณมุก ขับไล่ศัตรูผู้รุกรานออกไปจากแผ่นดิน จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ ร.1 โปรดเกล้าแต่งตั้ง คุณหญิงจันเป็นท้าวกษัตรี และนางมุกเป็นท้าวศรีสุนทร ภูมิใจแทนคนเมืองนี้จริงๆ
บรรยากาศในตัวเมือง
          ...ถึงแล้ว ภูเก็ต เมืองท่องเที่ยวแห่งท้องทะเลอันดามัน... เมืองแห่งความสวยงามที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก 7 นาฬิกานิดหน่อย ถึงท่าจอดรถโดยสาร เราเรียกรถแถวนั้นเพื่อมาส่งยังโรงแรมในตัวเมือง โดยไม่มีการจองล่วงหน้า เราเดินเข้าโรงแรมเพื่อของห้อง พนักงานโรงแรมมองหน้าเราแล้วก็บอกว่า "ห้องเต็มหมดค่ะ" ในความคิดเรา ห้องเต็มหมดเลยหรือ ทั้งที่ตอนนี้ไม่ใช่ช่วง Hi Season แต่เป็น Low Season นะ ฉันกับเพื่อนก็คุยกับพนักงานโรงแรมกันซักพัก ด้วยรอยยิ้มแบบไทยๆ ไม่ใช่รอยยิ้มแบบแบงค์ดอลลาร์ ก็ได้ห้องมา 1 ห้อง ในราคา 800 บาทต่อคืน คืนนี้เราก็มีที่นอนกันแล้ว...
อาหารเช้า - ติ่มซำ
จากนั้นก็จัดการสัมภาระเรียบร้อย เพื่อนร่วมทางเป็นคนพื้นเมือง จึงทำหน้าที่เป็นไกด์พาเราเที่ยว เริ่มต้นกับอาหารมื้อเช้าที่นี้เป็นมื้อแรก คนที่นี้นิยมทานขนมจีน มีสารพัดน้ำแกงให้เลือก ทั้งน้ำยาปลา น้ำยาปู น้ำพริก แกงไก่ แกงเนื้อ แกงไตปลา เสริฟ์พร้อมผักถาดใหญ่ที่วางอยู่ตรงหน้า คนภูเก็ตมักจะเรียกวิธีกินผักต่างจากที่อื่น คือการเด็ดผัก เป็นการกัดผักเข้าปาก ซึ่งมีให้เลือกมากมาย เช่น ยอดมะม่วงหิมพานต์ ยอดมันปู ลูกมะเดื่อ คนภูเก็ตเรียก ลูกฉิ่งเปลือกสีเขียวใส่ในสีชมพู แตงกวา ถั่งฝักยาว ถั่วงอก ผักกาดดอง ไชโปว่หั่น สัปปะรดภูเก็ต และที่แปลกสำหรับเราคือ มีปลาฉิ้งฉ้าง ซึ่งรสชาติอร่อย เค็มนิดๆ ไม่จืด หรือกินกับไข่มะตูมที่วางอยู่ข้างๆ ก็ได้ และอาหารเช้าอีกอย่างที่เป็นที่นิยมของคนจีนที่นี้ คือ ติ่มซำ เหมือนทาง กทม. แต่จะมีบ๊ะกูดเต๋ คือกระดูกหมูต้มยาจีน โดยต้องกินกับน้ำจิ้มหวานที่เรียกว่า เตเจี่ยว หรือบางคนก็กินกาแฟกับขนมหวานที่มีวางอยู่เรียงรายในร้าน เช่น ขนมห่อสอดไส้ ขนมตาล ขนมหัวล้าน ข้าวเหนียวต้มมัด เหมือนกับที่ทำขึ้นในเทศกาลเดือนสิบ และขนมอีกหลายอย่างที่มีผู้เข้ามาอุดหนุนไม่ขาดสายเลย
อาคารสถาปัตยกรรมเก่า
          หลังจากอิ่มหนำกันแล้ว เราจึงหารถเช่ากัน ในราคาคันละ 800 บาทต่อวัน เช่นถ้าเราเช่าประมาณ 11 โมงเช้า ต้องคืนประมาณเที่ยงของวันรุ่งขึ้น พร้อมกับใบสัญญาและเงื่อนไขต่างๆ ที่จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายกับรถที่เช่า เมื่อเราได้รถแล้ว เราจึงขับรถภายในตัวเมือง เพื่อดูสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจของบรรดาอดีตเศรษฐีนายหัวเหมืองแร่ ซึ่งส่วนมาเป็นชาวจีนจากโพ้นทะเล เชื้อสายฮกเกี้ยน ที่อพยพมาจากมณฑลฮกเกี้ยน เดินทางผ่านมาทางปีนัง และสิงค์โปร์ แล้วเข้ามาตั้งรกรากแถบฝั่งทะเลอันดามัน ทำอาชีพขุดแร่และประมง สถาปัตยกรรมเก่าเหล่านี้จึงเป็นรูปแบบศิลปะผสมผสานอาคารทรงตะวันตกกับลวดลายปูนปั้นจีนผสมอินเดีย ซึ่งเรียกกันว่า ศิลปะแบบ ชิโน-โปรตุกีส (Sino-Portuguese) จะพบมากในถนนดีบุก เยาวราช ถลาง พังงา กระบี่ ในปัจจุบันตึกบางแห่งได้แปรสภาพเปิดเป็นสถานที่ให้นักท่องเที่ยว ได้เที่ยวชม และบางส่วนก็ยังคงอนุรักษ์เพื่อให้ประจักษ์ถึงคุณค่าของสถาปัตยกรรมที่งดงามสืบต่อไป
อาคารสถาปัตยกรรมเก่า อาคารสถาปัตยกรรมเก่า อาคารสถาปัตยกรรมเก่า

เลยเที่ยงมานานแล้ว ท้องเราก็เริ่มร้องกันแล้ว จึงขับรถไปกินอาหารขึ้นชื่อของที่นี้ หมี่ฮกเกี้ยน มีทั้งแห้งและน้ำ เป็นเส้นหมี่กลมสีเหลือง จะใส่หมูและกุ้งพร้อมกับผักกวางตุ้ง ถ้าเป็นน้ำ รับรองว่าน้ำซุปหวานเหลือเกิน
หมี่สะปำ อีกร้านที่มีชื่อเสียงมากคือ ร้านหมี่สะปำ เป็นหมี่กรอบผัดที่ใส่กุ้ง ปู หมู และหอยนางรมตัวเล็ก และมีน้ำราด มีไข่แดงมะตูมเสริฟ์มาด้วย ถ้าไม่ชอบเส้นเหลืองก็มีเส้นหมี่ขาว เรียกว่า หมี่หุ้น ส่วนมากจะนำมาผัดแบบผัดซีอิ้ว กินพร้อมน้ำซุป
โอ่ต้าว โลบะก็เป็นอาหารขึ้นชื่ออีกอย่างของที่นี้ เป็นเครื่องในหมูต้มพะโล้ สามารถเลือกสั่งกินส่วนไหนก็ได้ รวมทั้งมีส่วนที่ทำมาจากหมูสับกับปู มันแกว เผือก นำมาห่อด้วย ฟองเต้าหู้ แล้วนำไปทอด เสริฟ์กินพร้อมกับน้ำจิ้มรสหวานลักษณะคล้ายน้ำจิ้มเปาะเปี๊ยะใน กทม. แต่จะมีรสเผ็ดกว่าเท่านั้น นอกเหนือจากนั้น ปอเปี๋ยะสดก็เป็นที่นิยม ของคนที่นี้ จะแปลกตรงที่ใส่มันแกว ปู ถั่วงอก กากหมูทอดใส่หัวหอมเจียวทอดให้กรอบ ราดด้วยน้ำจิ้มรสหวานเผ็ดนิดหน่อย รับรองได้ว่าอร่อยจริงๆ สมคำร่ำลือจริง จากนั้นเราก็สั่ง "โอ่ต้าว" มาลองชิมกัน เป็นอาหารที่คล้ายหอดทอย แต่ต่างกันตรงที่แป้งที่ใช้ทอดนั้นเป็นแป้งสาลีผสมกับแป้งมัน จะใส่หอยนางรม เผือกนึ่ง กากหมู กุ้งแห้ง ใบกุ่ยช่าย นำมาทอดรวมกันแป้งจะมีลักษณะเหนียวนุ่มกว่าหอยทอดทั่วไป แล้วปรุงรสด้วย เกลือ พริกไทย และซีอิ๊วขาว
เมื่อเราชิมอาหารคาวแล้ว เราก็ลองอาหารหวานกันบ้างที่เรียกว่า โอ้เอ๋ว เป็นขนมที่หน้าตาเหมือนน้ำแข็งใส แต่ขนมนี้มีลักษณะเหมือนวุ้นใสๆ ทำมาจากกล้วยน้ำว้าขยำกับเมล็ดโอ้เอ๋วจากเมืองจีน กินแล้วนุ่มลิ้นละลายเร็วมาก มื้อนี้อิ่มมากจริงๆ เพราะเราชิมอาหารขึ้นชื่อกันเยอะเหลือเกิน

หน้า 2