โดยคุณ"แจ้งเกิด "

ผมเผชิญความตายที่ยืนยั่วยิ้มอยู่เบื้องหน้า
มันราดรดลมหายใจที่ปลายจมูกผม ห่างออกไปไม่ถึงคืบ
ไม่ใช่แค่ชั่วครู่ ชั่วยาม แต่เป็นอย่างนี้ทั้งคืน...ทั้งวัน... ตลอดหนึ่งปีเต็ม!
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะ...ผู้หญิงทำงานคนหนึ่ง...

ผมเรียนโทจบกลับมาท่ามกลางความปลาบปลื้มปรีดาของพ่อแม่ญาติพี่น้อง หลังจากห่างหายไปจากการเที่ยวเตร่ที่มีบ่อยๆตอนอยู่เมืองไทย ผมก็เริ่มเที่ยวอีกเนื่องจากตอนไปเรียนเหมือนคนอดอยาก และนึกฝันที่จะได้กลับไปเที่ยวกระโดดน้ำอีกให้สาแก่ใจ ในที่สุดก็ได้รู้จักเธอคนนั้น ที่สถานบริการที่อ้างว่าเป็นที่อาบน้ำแล้วนวดที่ใหญ่โตและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งเธอสวยมาก สวยจนไม่น่าเชื่อว่าจะทำงานอย่างนี้ได้ หลายคนเชียร์ว่าผมโชคดีที่ไม่ต้องจองก็ได้ตัวเธอเพราะเธอว่างกระทันหัน เธออัธยาศัยดีมาก เอาใจและมีฝีปากที่ผมยอมรับว่าประทับใจ ที่ประทับใจกว่านั้นคือเธอขอให้ผมรอเธอหลังเลิกงาน...อ๊ะ ส้มหล่น...

 

ไอ้กระผมก็ไม่ใช่คนที่มีรูปเป็นทรัพย์สักเท่าใหร่ เราเที่ยว กิน มีอะไรกันอย่างเมามันสามสี่วันติดๆกัน ทำเอาผมต้องโทรไปลางานเลยทีเดียว ผมรู้จักเธอมากขึ้นและเริ่มมีใจ เริ่มปักใจภักดิ์ว่างั้นเหอะแต่ดูเหมือนเธอยังตาเป็นประกาย และยังคงต้องการความสนุกสนานอยู่ แต่เธอก็บ่นๆว่าไม่อยากทำงานแล้วผมก็เลยกะจะดูแลเธอเสียหน่อย แค่ค่าห้องกับค่าใช้จ่ายคงพอหาได้น่า ดูเธอก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรนี่ผมนึกกระหยิ่ม เพราะไม่เคยมีแฟนสวยขนาดนี้ ที้นี้เพื่อนๆหลายคนคงตาค้างว่าผมมีสาวสวยคนนี้มาเป็นแฟนได้อย่างไร แม้จะลับๆก็เหอะ....เอาวะ

2-3 เดือนผ่านไป เราคบกันแบบดีมาก เพื่อนพ้องเธอเห็นผมดีต่อเธออย่างสม่ำเมอก็คอยสนับสนุนเต็มที่ฟังว่าเธอเพิ่งเลิกจากแฟนเก่าที่อยู่กันนานหลายปี แต่ขี้หึงแบบไร้สาระและตามตื้อสุดฤทธิ์ เลยหนีมาอาศัยอยู่กับเพื่อนคนหนึ่งที่ทำงานอยู่เลยลองทำดูบ้าง เนื่องจากไม่มีรายได้และเกรงใจเพื่อน ทำได้ไม่ถึงอาทิตย์ก็เจอกับผมในคืนนั้น เฮ้อ....อะไรจะลงตัวปานนั้น...ช่วยไม่ได้ครับ คนมันเกิดจะมีแฟนสวยแบบกระทันหัน
คืนหนึ่งผมพาเธอมาที่บ้าน....แหม ก็ผมอยู่คนเดียวนี่นา... เราโรมรันพันตูกันอย่างเมามัน พรุ่งนี้เธอสัญญาจะอยู่ด้วยกันแล้วนี่นาผมเลยปลดปล่อยสุดฝีมือ ผมว่าตอนที่เธอขอผลัดกระโดดขึ้นข้างบนน่าจะเป็นจุดที่ตื่นเต้นทีสุด แต่ฟังจากเสียงครางกรรมการข้างเตียง เอ๊ย...รอบๆเตียง ...เอ... ทั้งบ้านเลยละกัน... คงให้คะแนนเต็มตอนที่ผมใช้ลิ้นกับบางส่วนที่บอบบางน่ารักที่สุดของเธอ ผมและเธอดื่มด่ำนับได้ว่าไม่มีสิ่งใดมากางกั้นความสุขระหว่างเราอีกต่อไป!! จากนั้นมาสายตาที่เธอมองมาที่ผมก็ชัดเจนขึ้นว่าหยุดนิ่ง และสวยอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเป็นช่วงเวลาที่ผมจำได้ว่าไม่เคยได้จากใครมาก่อน

วันนั้น... วันที่ผมจำได้ติดตาจนทุกวินาทีของวันนี้ผมไปพบเธอที่ห้องของเธอแถวรัชดา หลังเลิกงานดังเช่นทุกวัน เธอยืนหันหลังอยู่ตรงระเบียง ...ร้องไห้...เธอเริ่มฟูมฟายและพึมพัมจนดังขึ้นเรื่อยๆ ว่า ทำไมๆๆอีกคำที่ผมตกใจคืออยากตาย แต่สงสารน้องและแม่ที่ไม่มีคนเลี้ยงดูส่งเสีย ผมได้แต่ปลอบโยน... และค่อยๆพูดให้เธอคลายเศร้าโศก เพื่อที่อยากจะรู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น เธอหันมาด้วยน้ำตานองหน้าและพูดสั้นๆว่า "ให้ผมไปตรวจเลือด!!!"
วินาทีนั้น...ผมพบว่าโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ ความร้อนแล่นวูบผ่านลำตัว ผ่าวที่แก้มวิ่งไปรวมที่สมอง ผมอึ้งจนพูดไม่ออก.... นึกถึงตัวเราตอนเด็กๆ ที่สนุกสนานเห็นภาพแม่ที่คอยไล่ป้อนข้าว ...เห็นภาพพ่อที่คอยใส่ใจอบรมสั่งสอน ภาพที่พ่อแม่น้ำตาคลอ ตอนไปส่งที่สนามบินเพื่อไปเรียนต่อ ภาพรอยยิ้มของพ่อแม่ที่เห็นเราอยู่ในชุดรับปริญญาโทอันทรงเกียรติ
ผมเข่าอ่อน...ทรุดลงทันที ขณะที่ผมขับรถกลับบ้านวันนั้น มันเหมือนกับว่าทุกอย่างรอบข้างเงียบไปหมดรถเมล์ รถแท็กซี่ คนตะโกนขายของ ...ผมไม่ได้ยินอะไรเลยตลอดเส้นทางราวกับว่าอยู่กันคนละโลกแล้ว ทั้งๆที่ผมยังเป็นๆอยู่
น้ำตาผมเริ่มเอ่อไหล สงสารแม่ สงสารพ่อ สงสารตัวเราทำไมเราปล่อยให้มันเกิดขึ้น แค่อารมณ์ชั่ววูบเอง ทำร้ายเราได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ? สุดท้ายคือ ... ไม่น่าเลย ...คำๆนี้ดังก้องหูอยู่ไม่ขาดหาย จากนั้นมาผมก็แทบไม่ได้กินไม่ได้นอน เจอเธอก็ได้แต่มองตากันแล้วเศร้า....หงุดหงิด วินาทีนั้นเป็นวินาทีที่มีความคิดอนาถมากคือ ผมไม่อยากทิ้งกันถ้าจะเป็นตายอย่างไรก็ดูแลกันไป ผมออกปากให้เธอหาที่อยู่แถวบ้านเธอที่ต่างจังหวัดเผื่อจะได้ไปหาจุดจบที่ไม่มีใครที่รู้จักมาพบเห็น ส่วนเธอก็ก้าวร้าวขึ้นมาก พูดจาไม่มีเหตุผลและเที่ยวหนักขึ้นเมามาแทบทุกวัน ผมก็เป็นบ้าตามเธออยู่พักหนึ่งจนพอรู้ว่าไม่ใหวแล้วจึงปล่อยตามยถากรรม
นรก...ทั้งเป็น ผมเจอแล้ว บาป...แต่หนใดไม่ทราบได้ อาจมาจากตอนที่เราดื้อกับพ่อ โกหกแม่ที่เป็นห่วงเป็นใยตอนเราไปเที่ยว
ใส่อารมณ์กับท่านทั้งๆที่ท่านหวังดีแท้ๆ ผมเครียดจนมีผลกับงานจนแย่สุดๆในระหว่างนั้นผมก็ไปเข้าการปรึกษาจากจิตแพทย์ที่โรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง ก็ขอบคุณท่านมากที่ให้กำลังใจและถามคำถามที่ผมไม่เชื่อว่าทำไมผมถึงโง่ขนาดนั้น
"คุณลองไปตรวจเลือดหรือยัง"

ความจริงคือผมไม่กล้า กลัวความจริง...ผมไม่รู้ว่าหากรู้แล้วจะทำอย่างไรต่อ มันยิ่งกว่าฆ่าตัวตายเสียอีก แต่ในที่สุดผมตัดสินใจที่จะรับคำพิพากษาด้วยตัวเองที่คลีนิกนิรนาม ผมได้รับคำแนะนำอย่างดีว่าการตรวจมีหลายวิธี ทั้งทางตรงคือหาตัวเชื้อโรคโดยตรงหรือทางอ้อมคือหาแอนตี้บอดี้ หากมีเชื้อใดเข้ามาร่างกายก็จะสร้างมันขึ้นมา ซึ่งอย่างหลังเป็นวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและราคาไม่แพง ไม่เกิน500 บาท แต่ต้องเช็คให้ละเอียดเพราะร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกันตั้งแต่ 3 เดือน 6 เดือนไปจนถึง 12 เดือน ผมเช็คเลือดที่คลีนิกนิรนามตามคำแนะนำจนครบ1 ปีพอดี
ระหว่างนี้คุณเชื่อใหมว่าเกิดเรื่องใหม่ๆหลายเรื่องในชีวิตไม่เคยเข้าวัดบ่อยก็ได้เข้า สวดมนต์ก่อนนอนทุกคืนและคิดว่าคงจะสวดตลอดไปจนชีวิตจะหาไม่รักพ่อและแม่ อยู่กับท่านมากขึ้นผมได้แต่ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าขอให้อภินิหารมีจริงเถิด ผมจะขอคิดใหม่ทำใหม่เพื่อชีวิตที่ดีกว่า และจะทำตัวให้เป็นประโยชน์แก่สังคมให้มาก

หนึ่งปีอันยาวนานผ่านไป ผลการตรวจ 3 เดือนแรกไม่พบอะไร ผลการตรวจ 6 เดือนก็ไม่พบอะไร ผมจำไม่ได้ว่ามีเดือนที่เก้าด้วยป่ะ ที่แน่ๆ เดือนสุดท้ายที่หมอบอกว่ายืนยันเป็นคำตอบสุดท้ายได้แน่คือผลการตรวจเลือดเมื่อครบ 12 เดือน ผลที่ออกมาเป็นเนกกาทีฟ ผมรู้สึกเหมือนกับว่าตายแล้วเกิดใหม่ ให้ตายสิ...เอ๊ย ไม่ใช่ ให้เกิดใหม่สิ พับผ่า...ยังไม่พอ ผมไปตระเวนตรวจตามโรงพยาบาลต่างๆเพราะความกลัวที่ไม่อาจลบเลือนไปจากใจ หลายที่ที่เชื่อถือได้ก็ให้ผลอันเดียวกันว่าผมปลอดภัยจนผมไปขอให้โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ตรวจแบบแพงคือหาเชื้อโดยตรง ซึ่งต้องใช้เวลานานและผลออกมาว่าไม่มีเชื้อนั่นแหละ ผมจึงหยุดพล่าน

หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้แล้วคงหายใจโล่งอกแทนผมแต่ขอโทษทีเถอะครับ ทุกครั้งที่ผมได้ยินชื่อของเชื้อโรคตัวนี้ ผมต้องสะดุ้งจนต้องเลื่อนมือไปจับพระที่ห้อยคอไว้ เพื่อประคับประคองจิตใจไว้เสมอ ถึงตอนนี้ผมจะแต่งงานแล้ว ปีแรกของการแต่งงานผมจะสวมถุงยางเสมอไม่เคยขาดผมกลัวว่าเดี๋ยวแฟนผมอาจจะโชคร้าย หากเกิดอะไรขึ้นกับผมก่อนยังระวังตัวทันเป็นสิ่งที่ยากอธิบายทุกครั้งที่เธอเอ่ยถามและร้องขอ ได้แต่บอกว่ายังไม่พร้อม

ผมได้ข่าวจากเพื่อนของเธอผู้นั้นว่า เธอกลับไปหาแฟนเก่า หลังจากที่เห็นผมจะเป็นจะตาย แล้วไม่อยากอยู่แบบทรมาณจิตใจเธอเรียกร้องที่จะไป ผมไม่ยอมในตอนแรกเพราะกลัวหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างในที่สุดเธอก็หายไปจากห้องและไม่ได้ข่าวจนเนิ่นนาน เธอก็โทรศัพท์มาคุยด้วย พูดนัยๆว่า 

"พี่ไม่เป็นอะไรหรอก อย่าคิดมาก...รับรอง "

ขอโทษ....นี่เธอรู้มาก่อนหรือว่าเราจะไม่เป็นอะไร นี่เป็นเรื่องแกล้งอำกันหรอกเหรอ??? เธอบอกว่าอยากลองใจดูเนื่องจากมีเพื่อนคนหนึ่งประสพปัญหาแบบนี้เลยอยากลองใจแฟนดูมั่ง ....โอ้โห....... ผมไม่เชื่อเธอหรอก ให้ตายเหอะ เอ๊ย ให้รอดเหอะท่านผู้ชม เธอตีหน้าตาย ร้องไห้ฟูมฟายขนาดนั้น แถมยังบอกให้ไปตรวจเลือดใครจะคิดไปทางอื่นได้ ของอย่างนี้เขาเอามาล้อเล่นกันได้เหรอ? ดี ดี....ผมว่าผมดีขึ้นนะ ผมได้เรียนรู้อะไรๆในหลายๆทาง ช่างมัน!

เรื่องราวเรื่องนี้ผมอยากฝากเป็นอุทธาหรณ์สำหรับนักเที่ยวที่กำลังหลงระเริง อย่าพลาดพลั้งเผลอไผลไปกับอารมณ์ กับราคะที่ครอบงำตัวเราจนปล่อยตัวปล่อยใจไปสุดกู่
 

จงอยู่เหนือมัน...และห่างจากมันทีละน้อย ไม่งั้น...คุณอาจไม่แค่.."เฉียด" เมื่อถึงเวลานั้นคุณอาจจะนึกถึงผมก็ได้ ผมไม่มีอะไรจะแนะนำหรอก ได้แต่ให้คุณตั้งจิตภาวนาหากบุญยังมีก็ทำดีต่อไปเหอะ คงช่วยได้บ้างละ

สุดท้ายผมขออุทิศเรื่องนี้ให้กับความตั้งใจในขณะที่ทนทุกข์ทรมานว่าจะบอกเล่าเรื่องราวผ่านสื่อที่สามารถบอกเล่าได้ เพื่อ แนะนำ และตักเตือน ให้ทุกท่านจงระมัดระวัง
จงป้องกันทุกครั้งกับผู้หญิงที่คุณยังไม่ได้แต่งงานด้วย แม้กับแฟนของคุณก็เหอะ...คุณจะรู้ได้อย่างไรหรือเธอกล้าที่บอกคุณหรือไม่ว่าเธอมีเพศสัมพันธ์กับใครมาก่อน?? ..โชคดีและใช้ชีวิตโดยไม่ประมาททุกคน...ผมเตือนคุณแล้วนะ...

                                                                                                                                                    -  แจ้งเกิด -


Copyrights © 2001 Fine Info Co.,Ltd., All Rights Reserved.

Any comments and suggestion please mail to MidnightThailand@hotmail.com TEL./FAX : 0-2977-1949