ตอนนี้ทุกๆคนคงจะสังเกตุว่าธุรกิจอาบอบนวดจะกลับมาคึกคักตามสภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าน่าจะดีขึ้นแล้วแต่
หลายๆคนคงไม่รู้ว่าการบูมของธุรกิจนี้
ในตอนนี้ก็ไม่ได้แตกต่างมากนักกับเมื่อ
20
กว่าปีที่แล้ว
ตอนนั้นเป็นช่วง
สงครามเวียดนาม
(ประมาณ
พ.ศ.2512)
หรือสงครามอินโดจีนช่วงนั้นในขณะที่สงครามกำลังระอุ
แต่กรุงเทพฯ
กลับกลายสวรรค์บันเทิงแห่งใหญ่
โสเภณีราคาถูกแฝงตัวอยู่ในรูปของ
"บาร์ฝรั่ง"
ส่วนอาบอบนวดจะอยู่ที่
ถนนสายบันเทิงที่ร้อนแรงที่สุดในเมืองไทยยุคนั้นคือ
ถนนเพชรบุรีตัดใหม่
ส่วนที่ธุรกิจอาบอบอนวดบูมขึ้นมา
ได้ก็เนื่องจากทหารอเมริกันที่เข้ามาหาความสำราญกันเป็นจำนวนมาก
ในยุคนั้นเท่าที่เฮียพอจะนึกชื่ออกก็จะมี
1.เมรี
2.โซเฟีย(หลังสงครามสงบเปลี่ยนมาเป็นริเวียร่าจนถึงทุกวันนี้)
3.บางกอกโคซี่
4.ปารีส
5.ฮาวาย
6.พรเพชร
7.ซายูริ
8.คริสติน่า
9.สายฝน
10.นิวยอร์ค
11.วิลันดา
12.อะตามิ
|
|
และยังมีอีก 5-6 ที่ แต่เฮียนึกไม่ออก
ซึ่งหลายๆที่ก็ยังคงให้บริการอยู่จนปัจจุบันแบบไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนักจับ
กลุ่มลูกค้าล่างที่ต้องการใช้บริการในอัตราไม่ถึงพันบาท
แต่หลายที่ก็เริ่มมีการพัฒนาขึ้นอย่างริเวียร่า ที่มีการปรับปรุง
สถานที่ให้ดูดีขึ้นมาก ในยุคนั้นการบริการไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่
ยังคงเน้นการให้ความสุขในเรื่องอย่างว่าเสียมากกว่า จนมาถึงยุค 10
กว่าปีให้หลัง ประมาณปี
2526-2527
การนวดแบบ
"โตร่า" เริ่มเข้ามาเป็นที่นิยมโดย
มีการประชาสัมพันธ์ในการนวดรูปแบบนี้กันอย่างมาก ทั้งจากสถานบริการ
และผู้ผลิตน้ำยาอาบโตร่า ที่มีลักษณะลื่นๆ คล้ายแป้งเปียก
ช่วงนั้นจึงมีอาบอบนวดหลายแห่งเริ่มเปิดแผนกโตร่า ขึ้นมาเช่น
เมรี แนนซี่ ฮองเฮา โมนาลิซ่า ฯลฯ
แต่กระแสความนิยมก็ได้ลดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจาก ช่วงปี
2530
ซึ่งเป็นช่วงที่ค็อคเทลเลาจน์เฟื่องฟูสุดขีดผู้หญิงทำออฟจึงได้รับความนิยมมากค็อคเทลเลาจน์เปิดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด
เช่น
ยัวร์เพลส ดรีม พีกาซัส ชามัวร์
ช่วงนั้นทำเอาอาบอบนวดเข้าสู่ยุคตกต่ำสุดขีด กลุ่มนักเที่ยวในตลาดบน
ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่หันไปเที่ยวเลาจน์
ส่วนอาบอบนวดจะได้เพียงกลุ่มลูกค้าตลาดกลางและล่างเท่านั้นช่วงตกต่ำสุดขีดนั้น
อาบอบนวดระดับเกรด A ของกรุงเทพฯ มีอยู่ 2 ที่คือ
คลีโอพัตรา และ
ดาร์ลิ่ง ราคาตอนนั้นก็ 1500 บาทขึ้นไปแล้ว
จัดว่าแพงมากเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว
ประกอบกับข่าวเรื่องโรคเอดส์เริ่มเข้ามาในประเทศไทยทำให้คลีโอพัตรา
ปฏิเสธรับลูกค้าชาวตะวันตกเลยทีเดียว
ทำให้ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวแห่ไปที่ดาร์ลิ่งแทน
แต่กระนั้นธุรกิจนี้ ก็ยังเป็นที่สนใจของนายทุนทำให้ช่วงราวๆปี
2532-2533
"เจ๊จู" หรือจูเลียน่า
เปิดตัวขึ้นมาแย่ง ลูกค้าตลาดบน อย่างคลีโอพัตรา
แถมยังให้ผลตอบแทนสาวๆที่ทำงานมากกว่า จึงทำให้สาวๆแห่ไปสมัครที่จูเลียน่า
ทำให้จูเลียน่า ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของธุรกิจนี้อยู่หลายปี จนมาปี
2537
วิทตอเรีย ซีเครท
เปิดตัวขึ้นมาแต่ไม่ฮือฮานักเนื่องจาก ทำเลที่ตั้งไม่เป็นใจ
แต่กลยุทธทางการตลาดเชิงรุกแบบเดียวกับที่จูเลียน่าเคยทำคือให้ผลตอบแทนสาวๆมากกว่า
และอัดงบโฆษณาตามสื่อต่างๆ ไม่นานวิตอเรีย ซีเครท
ก็ข้ามชั้นแข่งรัศมีกับจูเลียน่าได้ไม่ยาก ปีต่อมา พลาซ่า
ก็เปิดตัวขึ้นมาในย่านมักกะสัน กลายเป็นอาบอบนวดที่ใหญ่ที่สุด
และมีพนักงานมากที่สุด จุดนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้น
ของการแข่งขันกันอย่างหนักของอาบอบนวดระดับเกรด A
ที่เปิดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดในช่วงปี
2538
เป็นต้นมา ไม่ว่าจะเป็น
เอ็มมานูเอล ซีซาร์ นิวคลีโอพัตรา ฮอนโนลูลู โนอาร์
คัทเทอรีน และโพไซดอน ฯลฯ
ตรงนี้ที่เฮียเขียนมาก็เพื่อให้น้องๆที่เกิดไม่ทันได้รู้ถึงความเป็นมาของแวดวงอ่างอาบน้ำ
ส่วนประสบการณ์ส่วนตัวที่เด็ดๆ เฮียจะทยอยส่งมาให้อ่านกัน
และเฮียอยากเชิญชวนให้ชาว MT ทั้งหลายส่งเรื่องมาให้อ่านกันใน Exp Talk เยอะๆ
เพราะพิมพ์ส่งบนบอร์ดแป๊บเดียวก็ถูกดันหายไปแล้ว
เฮียเฮง รายงาน
|