เฮียเฮงอาสาพาชาว MT ลงอ่างย้อนตำนาน 30 ปี

 



 

Poseidon

 

 

 

 

 

   

                     ตอนนี้ทุกๆคนคงจะสังเกตุว่าธุรกิจอาบอบนวดจะกลับมาคึกคักตามสภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าน่าจะดีขึ้นแล้วแต่ หลายๆคนคงไม่รู้ว่าการบูมของธุรกิจนี้ ในตอนนี้ก็ไม่ได้แตกต่างมากนักกับเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ตอนนั้นเป็นช่วง สงครามเวียดนาม (ประมาณ พ.ศ.2512) หรือสงครามอินโดจีนช่วงนั้นในขณะที่สงครามกำลังระอุ แต่กรุงเทพฯ กลับกลายสวรรค์บันเทิงแห่งใหญ่ โสเภณีราคาถูกแฝงตัวอยู่ในรูปของ "บาร์ฝรั่ง" ส่วนอาบอบนวดจะอยู่ที่ ถนนสายบันเทิงที่ร้อนแรงที่สุดในเมืองไทยยุคนั้นคือ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ส่วนที่ธุรกิจอาบอบอนวดบูมขึ้นมา ได้ก็เนื่องจากทหารอเมริกันที่เข้ามาหาความสำราญกันเป็นจำนวนมาก ในยุคนั้นเท่าที่เฮียพอจะนึกชื่ออกก็จะมี

1.เมรี
2.โซเฟีย(หลังสงครามสงบเปลี่ยนมาเป็นริเวียร่าจนถึงทุกวันนี้)
3.บางกอกโคซี่
4.ปารีส
5.ฮาวาย
6.พรเพชร
7.ซายูริ
8.คริสติน่า
9.สายฝน
10.นิวยอร์ค
11.วิลันดา
12.อะตามิ


                       และยังมีอีก 5-6 ที่ แต่เฮียนึกไม่ออก ซึ่งหลายๆที่ก็ยังคงให้บริการอยู่จนปัจจุบันแบบไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนักจับ กลุ่มลูกค้าล่างที่ต้องการใช้บริการในอัตราไม่ถึงพันบาท แต่หลายที่ก็เริ่มมีการพัฒนาขึ้นอย่างริเวียร่า ที่มีการปรับปรุง สถานที่ให้ดูดีขึ้นมาก ในยุคนั้นการบริการไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ ยังคงเน้นการให้ความสุขในเรื่องอย่างว่าเสียมากกว่า จนมาถึงยุค 10 กว่าปีให้หลัง ประมาณปี 2526-2527 การนวดแบบ "โตร่า" เริ่มเข้ามาเป็นที่นิยมโดย มีการประชาสัมพันธ์ในการนวดรูปแบบนี้กันอย่างมาก ทั้งจากสถานบริการ และผู้ผลิตน้ำยาอาบโตร่า ที่มีลักษณะลื่นๆ คล้ายแป้งเปียก ช่วงนั้นจึงมีอาบอบนวดหลายแห่งเริ่มเปิดแผนกโตร่า ขึ้นมาเช่น เมรี แนนซี่ ฮองเฮา โมนาลิซ่า ฯลฯ แต่กระแสความนิยมก็ได้ลดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจาก ช่วงปี 2530 ซึ่งเป็นช่วงที่ค็อคเทลเลาจน์เฟื่องฟูสุดขีดผู้หญิงทำออฟจึงได้รับความนิยมมากค็อคเทลเลาจน์เปิดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด เช่น ยัวร์เพลส ดรีม พีกาซัส ชามัวร์ ช่วงนั้นทำเอาอาบอบนวดเข้าสู่ยุคตกต่ำสุดขีด กลุ่มนักเที่ยวในตลาดบน ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่หันไปเที่ยวเลาจน์ ส่วนอาบอบนวดจะได้เพียงกลุ่มลูกค้าตลาดกลางและล่างเท่านั้นช่วงตกต่ำสุดขีดนั้น อาบอบนวดระดับเกรด A ของกรุงเทพฯ มีอยู่ 2 ที่คือ คลีโอพัตรา และ ดาร์ลิ่ง ราคาตอนนั้นก็ 1500 บาทขึ้นไปแล้ว จัดว่าแพงมากเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ประกอบกับข่าวเรื่องโรคเอดส์เริ่มเข้ามาในประเทศไทยทำให้คลีโอพัตรา ปฏิเสธรับลูกค้าชาวตะวันตกเลยทีเดียว ทำให้ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวแห่ไปที่ดาร์ลิ่งแทน

                          แต่กระนั้นธุรกิจนี้ ก็ยังเป็นที่สนใจของนายทุนทำให้ช่วงราวๆปี 2532-2533 "เจ๊จู" หรือจูเลียน่า เปิดตัวขึ้นมาแย่ง ลูกค้าตลาดบน อย่างคลีโอพัตรา แถมยังให้ผลตอบแทนสาวๆที่ทำงานมากกว่า จึงทำให้สาวๆแห่ไปสมัครที่จูเลียน่า ทำให้จูเลียน่า ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของธุรกิจนี้อยู่หลายปี จนมาปี 2537 วิทตอเรีย ซีเครท เปิดตัวขึ้นมาแต่ไม่ฮือฮานักเนื่องจาก ทำเลที่ตั้งไม่เป็นใจ แต่กลยุทธทางการตลาดเชิงรุกแบบเดียวกับที่จูเลียน่าเคยทำคือให้ผลตอบแทนสาวๆมากกว่า และอัดงบโฆษณาตามสื่อต่างๆ ไม่นานวิตอเรีย ซีเครท ก็ข้ามชั้นแข่งรัศมีกับจูเลียน่าได้ไม่ยาก ปีต่อมา พลาซ่า ก็เปิดตัวขึ้นมาในย่านมักกะสัน กลายเป็นอาบอบนวดที่ใหญ่ที่สุด และมีพนักงานมากที่สุด จุดนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้น ของการแข่งขันกันอย่างหนักของอาบอบนวดระดับเกรด A ที่เปิดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดในช่วงปี 2538 เป็นต้นมา ไม่ว่าจะเป็น เอ็มมานูเอล ซีซาร์ นิวคลีโอพัตรา ฮอนโนลูลู โนอาร์ คัทเทอรีน และโพไซดอน ฯลฯ

                        ตรงนี้ที่เฮียเขียนมาก็เพื่อให้น้องๆที่เกิดไม่ทันได้รู้ถึงความเป็นมาของแวดวงอ่างอาบน้ำ ส่วนประสบการณ์ส่วนตัวที่เด็ดๆ เฮียจะทยอยส่งมาให้อ่านกัน และเฮียอยากเชิญชวนให้ชาว MT ทั้งหลายส่งเรื่องมาให้อ่านกันใน Exp Talk เยอะๆ เพราะพิมพ์ส่งบนบอร์ดแป๊บเดียวก็ถูกดันหายไปแล้ว


เฮียเฮง รายงาน

Copyrights © 1999 Fine Info Co.,Ltd., All Rights Reserved.

Any comments and suggestion please mail to MidnightThailand@hotmail.com TEL./FAX : 0-2977-1949