<bgsound src="MTshock ST.mid" loop="infinite">
   

Pls. wait for soundtrack 

   

งาน MT SHOCK สัญจร นี้มีขึ้นเริ่มขึ้นโดยกลุ่มนักท้าผีทั้งหลายนำโดยเหล่าสมาชิก MT ซึ่งการชุมนุมครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2543 โดยในงานได้มีเหล่าสมาชิกไปรวมตัวกันที่ Brunswick RCA แน่นอนว่างานนี้เหล่าสมาชิกทั้งหลายต่างเตรียมพร้อมกันมาเป็นอย่างดี โดยมีเพียงสมาชิก 1 ท่าน เท่านั้นที่นำไฟแช็คมาด้วย 1 อัน นอกนั้นไม่มีใครเอาอะไรมาเลย ซึ่งขอบอกตรงนี้ว่าเป็นไอเดียของทางทีมงานเอง ที่เพื่อจะให้เกิดบรรยกาศที่สมจริงที่สุด....โดยการรวมตัวครั้งนี้มีทั้งที่ไปโยนโบว์ และ ไปร้องคาราโอเกะ..ในช่วงหัวค่ำหลังจากโยนโบว์ ทีมงานได้จัดปาตี้การาโอเกะเล็กน้อยเพื่อรอเหล่าสมาชิกที่จะไป ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งเมื่อถึงเวลานัดหมาย (ร้านไล่พอดี) ทีมงานก็มีการ confirm ก่อนสำหรับสามาชิกที่จะไป โดยตกลงสถานที่ที่จะไปในครั้งนี้ คือ ซ. วัชรพล ซึ่งล่ำลือกันว่า เป็นสถานที่ที่ เฮี้ยน !!..ที่สุด และมีเรื่องเล่ามากมายถึงความน่าสยดสยองและอาถรรพ์ต่างๆของหมู่บ้านร้างแห่งนี้ ซึ่งก็มีสมาชิกหลายท่านที่ติดธุระไปไม่ได้จริงๆ ทั้งที่อยากจะไปเจอผีใจจะขาด โดยเฉพาะ พี่ไก่จิกฯ บอกเสียดายมากๆ...ซึ่งในที่สุด ก็ได้เหล่าสมาชิกกล้าตายจำนวน 11 ท่าน กับอีก 1 เสียง ซึ่งประกอบไปด้วย

 

1.พี่ป้อ ที่หวังอย่างมากว่าอย่างน้อยจะไปเจอผีขนุน 
2.**แก้มป่อง** สาวน้อยคนเดียวที่ใส่กระโปรงไป เป็นห่วงจริงๆเวลาเดินลุยพงหญ้า...
3.มะนาวโซดา เจ้าของโปรเจคทัวร์ประหลาด ทั้งที่ตัวเองขี้กลัวสุดๆ 
4.น้องโดเรมี เด็กใหม่ใจกล้า..
5.น้องแต้ว(เพื่อนโดเรมี) ที่ติดหอย..เอ้ย!!...ติดสอยห้อยตามไปด้วย
6.แมวดำลั๊ลลัลลา ผู้ที่อยากพิสูจน์ว่าจะมีอะไรน่ากลัวกว่าตัวเองอีกในโลกนี้
7.พี่ซุงดำ ที่ต้องการไปลองมนต์พม่า ว่ายังจะยังขลังอยู่หรือไม่...
8.พี่เหยี่ยวราตรี ที่ถูกลากไปด้วยเนื่องจากเป็นผู้รู้เส้นทางที่จะไป(ไล่ถามชาวบ้าน) เป็นอย่างดี 
9.Johide (ละไว้ให้พี่เติมล่ะกันคับ เอาดีๆหน่อยนะ เมตตาหน่อย)
10.อาจารย์กรู้ ที่ตามไปทีหลัง หลังจากไปเอาผู้ช่วยมา...
11.อาจารย์แม่ ผู้ช่วยอาจารย์กรู้

อาจารย์กรู้ กำลังทำพิธีบวงสรวงวิญญาณ(ตัวเอง)

พอได้ฤกษ์เหล่าสมาชิกกล้าตายของเราก็ออกเดินทางโดยทันที โดยมีพาหนะทั้งหมด 4 คัน โดยมีข้อตกลงกันว่าจะค่อยๆ ขับตามกันไปเรื่อยๆ และจะนำรถไปจอดไว้ที่ปั้ม เพื่อทำการถ่ายเทจนเหลือ 2 คัน ซึ่งเหล่าทีมงานใช้เส้นทาง(พี่เติมที) ซึ่งก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดเมื่อจู่ๆรถของพี่เหยี่ยว และมะนาวโซดา ที่ขับนำก็หายไปต่อหน้าต่อตาผม ทั้งที่เค้าก็ขับรอผมช้าๆ ด้วยความเร็วแค่ 180 กม/ชม. เหมือนถูกสิ่งลึกลับบังตาให้มืดมน รถผมถูกบังคับให้ วิ่งเข้าช่องทางด่วน โดยไม่ทราบสาเหตุ(เส้นทาง) โชคดีที่เหล่าทีมงาน โทรตามกลับมาได้ด้วยความทุลักทุเล จากนั้นก็รวมตัวกันที่ปั้มแห่งนึงก่อน เพื่อคุยและหาสาเหตุที่เกิดขึ้นด้วยความอิ่มหมีพีมัน (กองทัพเดินด้วยท้อง)

จากนั้นก็เดินทางต่อไปจนถึงจุดหมายแรกที่เรากำหนดไว้ก็คือ ปั้มน้ำมันบางจาก ใน ซ. วัชรพล นั่นเอง!...บรรยากาศเริ่มทำให้ทางทีมงาน เกิดความรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที บรรยากาศที่นั่นเต็มไปด้วยแสงไฟประหลาด และเสียงโหยหวน(ของนักร้องคาเฟ่) ที่เขย่าประสาทให้ แก่เหล่าบรรดาหน่วยกล้าตาย( ที่อาจเปลี่ยนใจได้ทุกขณะ)เป็นอย่างดี จากนั้นพี่เหยี่ยวก็ทำหน้าที่ไกด์นำทางที่ดีทันที ด้วยการเดินโทรศัพท์สำรวจบริเวณรอบๆปั้มฯ โดยละเอียด ทุกซอกทุกมุมไม่เว้นแม้กระทั่ง ห้องน้ำ เพื่อความปลอดภัยของทีมงาน พวกเราต่างชื่นชม ในความละเอียดรอบคอบและระมัดระวัง ของพี่เหยี่ยวราตรีเป็นอย่างมาก และเพื่อความมั่นใจในเส้นทาง พี่เหยี่ยวฯก็ได้สอบถามเส้นทางกับคนในพื้นที่อีกครั้ง แม้ว่าสายตาจะยังคงจับจ้องไปที่คาเฟ่ เหมือนมองตามหาสิ่งที่หายไป...จากการสอบถามชาวบ้านแถวนั้น เล่าว่าสถานที่ดังกล่าวมีคนพบเห็นสิ่งแปลกๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเงาลึกลับบนระเบียงในบ้านร้าง เสียงแปลกๆที่ดังมาจากชั้น 2 และอื่นๆอีกมากมาย...

ก่อนการเดินทาง มะนาวโซดาได้ให้คำชี้แนะแก่พวกเรา " ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" หล่อนเดินไปเอาตุ๊กแกปลอมของสะสมในรถมา เกาะไว้ที่หน้าอก แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆว่า " ถ้าเข้าไปในบ้านร้างแล้วเจอตุ๊กแกเกาะฝาบ้านอยู่อย่างนี้ ห้ามทักนะ โบราณเค้าถือ " พวกเราก็พยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น อาจารย์กรู้นั่นเอง ที่กลับไปเอาผู้ช่วยมาแล้วตามมาสบทบทีหลัง
เมื่อมาถึงเราก็เตรียมตัวออกเดินทางต่อทันที โดยตกลงจะนำรถไป3 คัน คือ ของอาจารย์กรู้ พี่ป้อ และมะนาวโซดา....

ไม่ว่าจะด้วยอำนาจลึกลับหรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ตาม เมื่อพี่ป้อ เปิดประตูก้าวขึ้นรถไปนั่งเตรียมสตาร์ดเครื่อง ทันใดนั้น..!! ก็มีลมวูบนึง พัดเข้ามาเบาๆที่กกหูของพี่ป้อ... พี่ป้อหยุดขยับร่างกายชั่วขณะ ขนทั่วกายลุกชัน แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่า " อืม...ยายปัดนี่ หายใจแรงจริงๆ" เมื่อสลัดความกลัวจนหมดสิ้นก็เริ่มสตาร์ทรถ......เงียบ พีป้อสตาร์ทอีกครั้ง............ยังคงเงียบเหมือนเดิม เหงื่อพี่ป้อเริ่มไหล แว่นเริ่มจับเป็นฝ้า
" เฮ้ย..รถสตาร์ดไม่ติด " เอาเข้าแล้วไง เพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น ก็มีเรื่องเกิดขึ้นแล้ว ทุกคนเริ่มเสียขวัญ แต่หาทำให้ความกลัวเราลดลงไม่... " เปลี่ยนรถ " เนื่องจากเจ้า 525ia จอมลามก ดันไปจอดจ่อตูดนางเฮี้ยง แต่ตัวเองดันล่มสตาร์ทไม่ติด จึงทำให้ไม่สามารถเคลื่อนรถของมะนาวฯได้จึงเป็นมาเป็นรถพี่ซุงดำ (ที่ทำหน้าเจื่อนๆทันทีที่ทราบ) และรถผม หลังจากที่ลองสตาร์ทเครื่องทุกอย่าง โอเค พวกเราก็เคลื่อนที่ทันที 
เพราะเสียเวลามากแล้ว เวลาในขณะนั้นประมาณ ตี 2 เรียกได้ว่า เหมาะอย่างยิ่งแก่การชมผี.....


โดยมีรถพี่ซุงดำออกนำหน้า ซึ่งมีพี่เหยี่ยวฯเป็นไกด์นำทาง มะนาวโซดา แมวดำลั้ลลัลลา ตามด้วยรถผมที่มี พี่ป้อ แก้มป่อง น้องโดเรมี น้องแต้ว และอีก 1 เสียงคือ เมจัง ที่โทรเข้ามาฟังรายงานสดอย่างใกล้ชิด...ส่วนรถอาจารย์กรู้ และอาจารย์แม่ปิดท้ายขบวน

เมื่อไปถึงทางเลี้ยวนึงที่มืดมิดและมีหญ้ารกปกคลุมพวกเราก็ เลี้ยวไปแล้วเมื่อแสงไฟหน้ารถสาดส่องก็ต้องตลึงกับภาพที่เห็น...... มันเป็นแค่เพียงที่จอดรถว่างเปล่าเท่านั้น ไม่มีอะไร พวกเราจึงเคลื่อนพลต่อไป จนถึงหมู่บ้านแห่งนึงเข้าจนได้ แต่พวกเรารู้สึกแปลกมากที่มียามคอย ต้อนรับพวกเราอย่างอบอุ่น....เมื่อขับไปได้ซักระยะ พวกเราก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง เมือ่ปรากฏว่า มันเป็นซอยตัน....
พวกเรากลับออกมาอีกครั้ง ยังไม่ลดความพยายาม...แล้วพวกเราก็บรรลุ เมื่อไกด์ของเรานำทางมาเจอ หมู่บ้านร้าง...(ซะที) ลักษณะทางเข้าก็จะเหมือนหมู่บ้านทั่วไปคือมีซุ้มตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน ทางที่เข้าไปมืดมาก และถนนมีลักษณะเป็นหลุมเป็นบ่อ สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งหญ้าที่สูงท่วมหัว และที่สำคัญเมื่อมองไปรอบๆตัว จะมีความรู้สึกเหมือนมีสายตานับ ร้อยๆคู่จ้องมองพวกเราอยู่ ผมเร่งแอร์ในรถขึ้นเนื่องจากเห็นสมาชิกบางคนเริ่มรู้สึกไม่ดี รถพี่ซุงดำนำทางพวกเราใกล้เข้าไปทุกขณะจนถึงทางแยกนึงซึ่งรถไม่สามารถวิ่งต่อไปได้ และมีเพียงวิธีเดียวที่จะเข้าไปนั่นก็คือ เดิน !! ...(หรือใครจะวิ่งเข้าไปคงไม่มีใครว่า)

หลังจากรวมกลุ่มและนับจำนวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็มีกลุ่มที่เข้าไปดูก่อนหน้านี้กลับออกมา แถมยังให้คำแนะนำดีๆ แก่พวกเราว่าถ้าอยากเจอให้แบ่งเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละ 3 คน เข้าไปในบ้านกลุ่มละหลังรับรองเห็นแน่นอน พวกเราก็ใจกล้ากันเกินคาด ตอบกันเป็นเสียงเดียวกันว่า " ไม่อาวววว"  แต่ซึ่งแท้จริงแล้วเพื่อป้องกันอันตรายที่จะมาในรูปแบบที่เราไม่คาดคิด เราจึงตัดสินใจไปกันเป็นกลุ่มใหญ่จะปลอดภัยกว่า เมื่อเดินไปได้ซักพัก เราก็เห็นกองอะไรบางอย่างขวางทางเดินอยู่ และกลิ่นของมันทำให้พวกเราแทบจะอาเจียนออกมา เมื่อเข้าไปสังเกตุใกล้ๆ พบว่ามันมีลักษณะเหลวๆ ข้นๆ กลิ่นแรงมาก ทันใดนั้น ความหวังเดียวของพวกเรา ไฟแช็คในมือพี่ซุงดำก็ถูกจุดขึ้นพวกเราจึงเห็นมันได้อย่างถนัด...มันคือแอ่งขี้โคลนซึ่งใหญ่มากขวางทางเราอยู่ ซึ่งก็เราผ่านมาได้ด้วยความทุลักทุเลเล็กน้อยเดินเข้าไปซักพักเราก็เจอกับบ้านหลังแรก ลักษณะตัวบ้านก็เหมือนบ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จทั่วไป แต่เนื่องจากทางเข้าที่รกมากจึงทำให้
พวกเราไม่สามารถบุกเข้าไปได้ เราตัดสินใจไปดูบ้านหลังที่ 2 ซึ่งพวกเราก็ถูกทักทายโดยคนกลุ่มนึง (ที่จนเดี๋ยวนี้เราก็ยังไม่แน่ใจว่าใช่คนรึเปล่า) ที่มีอุปกรณ์ครบกว่าเราโดยอาสาว่าจะพากลุ่มพวกเราเข้าไปดูข้างในนั่น แต่เนื่องจากทางเดินที่จะเข้าไปหาบ้านแต่ละหลังนั้นแคบมากจึงต้องเรียงแถวเดินเข้าไปลักษณะเหมือนเดินทางไกลวิชาลูกเสือ และต้องไม่ลืมขอบคุณในความเสียสละของอาจารย์กรู้และพี่เหยี่ยวราตรีที่อาสาเป็นยาม
คอยดูแลความเรียบร้อยให้อยู่ด้านนอก โดยที่อาจารย์กรู้และผู้ช่วยจะช่วยสร้างตาข่ายอาคมอยู่ด้านนอก

(พวกเราแปลกใจเล็กน้อยที่ไม่เห็นพี่เหยี่ยวฯเดินสำรวจบริเวณ เหมือนที่สำรวจในปั้มฯ)
พวกเราเริ่มเดินเข้าไปเป็นกลุ่มเรียงแถว ทางเข้าไปรกมากประกอปกับความมืดทำให้การเดินเข้าไปเต็มไปด้วยความยากลำบากเมื่อเดินเข้าไปถึงบ้านหลังที่ 2 พบว่ามันเป็นบ้านขนาดเล็ก 2 ชั้นซึ่งมีลักษณเป็นโครงบ้านชัดเจน ตัวบ้านมีการฉาบปูนแล้ว แต่ไม่มีการติดตั้งประตูหรือบันไดแต่อย่างใด แต่เนื่องจากทางเข้าตัวบ้านรกมากเราจึงเดินลุยต่อไปยังหลังที่ 3 ซึ่งการเดินของพวกเราก็ยังเหมือนเดิม
คือเดินเลาะรั้วที่สร้างไว้ให้บ้านแต่ละหลัง เมื่อเดินไปเรื่อยๆจะพบทางเดินช่วงนึงที่อันตรายมากคือด้ายซ้ายมือของเราจะเป็นรั้วส่วนทางด้านขวามือ เป็นคูน้ำที่ขุดขึ้นสำหรับท่อระบายน้ำ พวกเราจึงเตือนกันเป็นระยะๆให้ระวังทางด้านขวา แต่เรื่องประหลาดก็เกิดขึ้นเมื่อผมกับพี่ป้อร้องเตือนพวกที่ตามมาด้านหลังให้ระวังคือให้ชิดซ้ายไว้ แต่ทุกคนกลับได้ยินพวกเราพูดบอกให้ชิดขวาไว้ จน 1 ในทีมงานเกือบพลัดตกท่อ(จริงๆบอกผิดแหละ) พอไปถึงหลังที่ 3 พวกเราก็เดินขึ้นไปยังตัวบ้านทันที ซึ่งก็ต้องออกกำลังปีนกันเล็กน้อย และคนที่ลำบากที่สุดก็คือแก้มป่องที่ใส่กระโปรงมา
หลังจากนั้นก็สำรวจบริเวณตัวบ้าน ซึ่งภายในบ้านก็เต็มไปด้วยข้อความที่ชวนให้ขนหัวลุกมากมาย ทันใดนั้นเอง ที่มุมนึงของตัวบ้านพวกเราก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเสื้อตัวหนึ่งลอยเข้ามา พวกเราคนนึงร้องกรี๊ดออกมา (เสียงเหมือนพี่ป้อ) พวกเราเริ่มขวัญแตกกระเจิง

ทันใดนั้นก็มีดวงไฟจุดขึ้น ข้างๆเสื้อตัวนั้น เมื่อนั้นความสว่างก็ปรากฏพร้อมกับความจริง พี่ซุงดำนั่นเอง ที่ทำให้พวกเราใจหายใจคว่ำจากนั้นเราก็เดินสำรวจซักระยะ ก็ไม่เจอสิ่งแปลกปลอมแต่อย่างใด นอกจากมด ที่คอยกัดพวกเราเรื่อยๆ พวกเราจึงตัดสินใจย้ายไปสำรวจหลังต่อไปซึ่งก็เหมือนเดิมคือตัวบ้านยังสร้างไม่เสร็จดี และบรรไดก็ยังไม่มีการสร้างทำให้ไม่สามารถขึ้นไปยังชั้น 2 ตามที่เราต้องการได้
พวกเราเดินสำรวจกันอยู่พักใหญ่ ก็ยังไม่เห็นอะไร มีเพียงบ้านหลังข้างถัดไปเท่านั้นพี่มีบางอย่างเหมือนกับมุ้ง ซึ่งพวกเราต่างพูดไปต่างๆนานาว่า เป็นของพวกคนเลี้ยงช้าง (เข้าใจหาที่นอนกันเจงๆ) เดินสำรวจกันอีกซักพักนึงพอคิดว่าคืนนี้พวกเราคง ไม่เจออะไรแน่แล้ว จึงกลับออกมา

สรุปว่าการไปสัญจรครั้งแรกนี้ตื่นเต้นดีคับ แม้จะไม่พบอะไรอย่างที่พวกเราหวังไว้ก็ตาม แต่การมาสัญจรครั้งนี้ทำให้เราสนุกสนานดี และชื่นชม
ในความสมานสามัคคี ของพวกเราชาว MT ไว้มีโอกาสอีกพวกเราจะต้องไปพิสูจน์อีกครั้งแน่นอน.....

 

Johide  รายงาน