|
นพ.หทัย ชิตานนท์ ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ กล่าวว่า
ขณะนี้ นพ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ได้ลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง
การให้สถานบันเทิงทุกแห่งเป็นสถานที่ปลอดบุหรี่
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2550 และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 28
ธันวาคม 2550
โดยจะมีผลบังคับใช้ภายใน 45 วัน ซึ่งจะตรงกับวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ เชื่อว่า
การบังคับใช้ในระยะแรกจะมีปัญหา เรื่องการต่อต้านจากกลุ่มผู้ประกอบการผับ เธค
เพราะไม่เข้าใจและคิดว่า สธ.จะไปทุบหม้อข้าวของเขา กลัวว่าลูกค้าจะลดน้อยลง
ซึ่งหากมีการชุมนุมต่อต้านเกิดขึ้น
ผมพร้อมที่จะให้ข้อมูลและเข้าไปพูดคุยกับกลุ่มผู้ประกอบการให้เข้าใจ
เชื่อว่าจะยุติปัญหาได้ นพ.หทัย กล่าว
นพ.หทัย กล่าวต่อว่า งานวิจัยที่ตนได้รวบรวมมาสามารถสรุปเป็นประเด็นหลักได้
ดังนี้
1.การห้ามสูบบุหรี่ในสถานธุรกิจ ผับ เธค ทำให้ประชาชนทั่วไปพอใจมากขึ้น
2.ไม่ทำให้รายได้ของสถานธุรกิจที่ถูกควบคุมลดน้อยลง
แม้ว่าในระยะแรกอาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่ก็ไม่นาน
แต่ในระยะยาวจะยิ่งมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ไม่สูบบุหรี่
ซึ่งมีจำนวนมากกว่าผู้สูบบุหรี่ และสุดท้ายลูกค้าเดิมก็จะกลับมาเที่ยวตามเดิม
3.สุขภาพของพนักงานในร้าน และลูกค้าที่มาเที่ยวดีขึ้น
4.วงดนตรีที่เล่นสดในสถานธุรกิจมีความไพเราะขึ้น
เพราะไม่มีควันบุหรี่เข้าไปจับตามเครื่องดนตรี ทำให้เสียงใสกว่าเดิม
สำหรับรายละเอียดในประกาศ มีการเพิ่มสถานที่ปลอดบุหรี่มากขึ้นอีก 4 ประเภท ได้แก่
1.สถานที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม การจัดเลี้ยง
ที่ติดเครื่องปรับอากาศห้ามสูบบุหรี่โดยสิ้นเชิง
แต่สามารถที่จะออกมาสูบบุหรี่บริเวณภายนอกร้านซึ่งจัดเป็นที่พิเศษได้
2.สถานที่ทำงานเอกชน
หากอยู่ในระบบปรับอากาศไม่ว่าจะจดทะเบียนเป็นสำนักงานหรือสถานบริการต้องเป็นเขตห้ามสูบบุหรี่สิ้นเชิง
3.สำหรับร้านที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่อยู่ในระบบปรับอากาศ เช่น สวนอาหาร
ถือเป็นเขตห้ามสูบบุหรี่ประเภทที่ 2 คือ สามารถจัดมุมสำหรับสูบบุหรี่ได้
4.ตลาดสด ตลาดนัด เป็นเขตปลอดบุหรี่ประเภทที่ 2 ฉะนั้นสวนจตุจักร
ก็จะห้ามสูบบุหรี่ด้วย
อนึ่งตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2535
หากประชาชนฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบมีโทษปรับ 2,000 บาท
ส่วนเจ้าของสถานที่จะถูกปรับ 20,000 บาท
Information from
http://www.nationchannel.com
|